ทิ้งนา ย่ำรุ่ง ตะวันฉาย เราจูงควาย ลงสู่นา เร่งไป ไม่รอช้า ฝนหลั่งมา ได้คราดไถ ท้องทุ่ง ดั่งดวงใจ อบอุ่นไอ หาใดปาน หยาดเหงื่อ ดั่งหยาดฝน ทั้งควายคน ชุ่มพื้นนา ไถทำตามประสา ผลิกผืนนา ด้วยแรงใจ ท้องทุ่ง อันกว้างไกล เขียวสดใส ด้วยแรงงาน เมื่อดาว แผ่นดินดอน ระอุร้อน ด้วยเพลิงคาม เมืองแคน แดนอีสาน ห้วยระหารก็เหือดหาย ข้าวกล้า มาแห้งตาย แทบวางวาย แล้วชาวนา ผู้ คน ข้นแค้น ต้องจากแดน เคยอยู่กิน ผู้ คน ข้นแค้น ต้องจากถิ่น ที่สร้างมา จำจาก พรากนา สิ้นศรัทธา ขมขื่นใจ ทิ้งทุ่ง เข้ากรุงไกล ทิ้งคราดไถ และความหลัง ผู้ คน ข้นแค้น ต้องจากแดน เคยอยู่กิน ผู้ คน ข้นแค้น ต้องจากถิ่น ที่สร้างมา จำจาก พรากนา สิ้นศรัทธา ขมขื่นใจ ทิ้งทุ่ง เข้ากรุงไกล ทิ้งคราดไถ และความหลัง / วงอมตะ /
บทความ
กำลังแสดงโพสต์จาก มกราคม, 2019
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
จิ้งหรีดกับดวงดาว ดาว สกาว พราวเด่นล้ำ ค่ำ คืน เหนือทิวทุ่ง แว่วเพลงเหงา ดาว ราย หัวใจจิ้งหรีดเร้า ใจปองป่ายปีนดาว แดนดาวฟ้าดินไกล วังเวง ฟังเพลง ราตรี หรีดเรไร ย่ำใจจริง ร้องกล่อม คือเสียงสื่อ ฟ้าดาวดิน เย็นๆ น้ำค้างหยด ดวงใจ จิ้งหรีดใสสะอาด สู่ขวัญดาว *แม้นขอบฟ้าปีนป่ายถึง จะไป แม้ครึ่งหนึ่ง ครึ่งทางฝัน ดาวเอย เห็นใจ จิ้งหรีดนั้น ใจดาว โปรดแบ่งปัน อย่าเมิน เย้ยชาวดิน ราตรี ราตรี มีดาว ส่องเงียบงัน ไร้ชีวา แม้น หาก มีเสียงหรีด ร้องเพลงพา ปลาย นา หรือไพรกว้าง เริงใจ จิ้งหรีดร้องเพลงสื่อ สู่แสงดาว(*)
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
แด่หนุ่มสาวผู้ร้าวราน ..ความเป็นจริงที่เผชิญหน้าอยู่ ออกจะดูอึมครึมและหนักแรง โตกันมาก็ไม่ทันจะแกร่ง ยังแจกแจงตัวเองไม่เสร็จเลย ..เป็นไปเองอย่างที่พอจะเป็น อย่างทีเห็นที่อ้างเอย ใจชินชากับดวงตาเฉยเมย กับชีวิตที่เปราะบาง ..ในเวลาที่ดวงใจหดหู่ จะได้ใครมาดูมาบอกทาง คนจน คนรวย ย่อมจะมีช่องห่าง ที่เคลือบคลางแคลงใจและด่างดำ ** คือทำนองล่องลอยในสายลม บอกความขมและต้อยต่ำ ความเป็นจริงกลิ้งอยู่บนถ้อยคำ ที่ตอบคือช้ำและตีบตัน ..มีปัญญาหาอะไรใหม่ใหม่ มาแต่งเติมดวงใจให้ใฝ่ฝัน ทางยังไกลก็ต้องทนบากบั่น ถ้าสั่นกลัว มัวเกรง ไม่เก่งจริง ..ความรวนเร แห่งทะเลสังคม ง่ายจะล้มจะจมดิ่ง ความเป็นคน อยู่บนการช่วงชิง เบื่อจะทิ้งก็อดตาย.. จรัล มโนเพ็ชร